วันอังคารที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

เรื่องที่ 2 โลกของเรา

โลกของเรา

โลก เป็นดาวเคราะห์เพียงดวงเดียวที่มิได้ถูกตั้งชื่อตามเทพนิยายกรีกและโรมัน คำว่า "Earth" มาจากภาษาอังกฤษและเยอรมันโบราณ และยังมีชื่อเรียกอย่างอื่นอีกหลายร้อยชื่อใน ภาษาต่าง ๆ ในเทพนิยายโรมัน เทพเจ้าแห่งโลกเป็นเพศหญิงชื่อ เทลลุส - แปลว่าดินซึ่งอุดมสมบูรณ์ (กรีก: กาเอีย ) มนุษย์เราเองก็เพิ่งจะรู้ว่าดาวเคราะห์เป็นเพียงดาวเคราะห์ดวงหนึ่งในสมัยของ โคเปอร์นิคัส (คริสต์ศตวรรษที่ 16)

โลกเป็นดาวเคราะห์ลำดับที่ 3 จากดวงอาทิตย์ และมีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 5 และเป็นเทห์วัตถุหลัก ที่หนาแน่นที่สุด ในระบบสุริยะ มีบริวารเพียงดวงเดียวคือ ดวงจันทร์
วงโคจร : 149,600,000 ก.ม.(1.00 หน่วยดาราศาสตร์)จากดวงอาทตย์
เส้นผ่านศูนย์กลาง : 12,756.3 ก.ม.
มวล : 5.9736 x 1024 ก.ก.
แรงดึงดูดโต้ตอบ (interaction) ระหว่างโลกกับดวงจันทร์ ทำให้โลกหมุนช้าลงประมาณ 2/1000 วินาทีต่อศตวรรษ จากการวิจัยพบว่า เมื่อ 900 ล้านปีมาแล้ว หนึ่งปีมี 481 วัน และหนึ่งวันมี 18 ชั่วโมง  

โลกอยู่เคลื่อนที่รอบดวงอาทิตย์ด้วยความเร็วประมาณ 110,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อยู่ห่างดวงอาทิตย์ประมาณ 150 ล้านกิโลเมตร เคลื่อนที่รอบดวงอาทิตย์ 1 รอบใช้เวลา 365.256 วัน

ใจกลางโลก 
โลกมีลักษณะคล้ายดาวพุธ ดาวศุกร์ และดาวอังคาร จากการศึกษาภายในของโลก โดยแบ่งออกเป็นชั้นตามความลึก ตามองค์ประกอบทางเคมี และการเคลื่อนตัว (หน่วยเป็น
ก.ม.) ดังนี้
- 0- 40 เปลือกโลก
- 40- 400 แมนเทิลชั้นบน
- 400- 650 ย่านการส่งถ่าย
- 650-2700 แมนเทิลชั้นล่าง
- 2700-2890 ชั้น D'' layer
- 2890-5150 แกนนอก
- 5150-6378 แกนใน
เปลือกโลกมีความหนาไม่เท่ากัน ใต้ท้องมหาสมุทรจะบาง และหนาตรงบริเวณที่เป็นแผ่นดิน หนาที่สุดหรือลึกที่สุด 50 กิโลเมตร
แมนเทิลและแกนนอก คือชั้นใต้เปลือกโลก ชั้นนี้มีเนื้อสาร 67% เป็นวัตถุหลอมละลาย ในสถานะกึ่งของไหล  แกนกลางชั้นนอก ชั้นนี้เป็นของเหลวและเคลื่อนไหวตลอดเวลา เปลือกโลกจะประกอบด้วยเพลต(Plate) หรือแผ่นดินที่แยกจากกัน เพลต เหล่านี้เคลื่อนที่ตลอดเวลา บางครั้งอาจเป็นสาเหตุให้เกิดแผ่นดินไหวตรงจุดที่เพลตชนกัน เปลือกโลกไม่เหมือนกับดาวเคราะห์พื้นพิภพดวงอื่น เปลือกโลกเป็นแผ่นของแข็งหลายชิ้นซึ่งลอยอยู่อย่างอิสระ บนแมนเทิลเหลวร้อนซึ่งอยู่ข้างล่าง การเคลื่อนตัวของเปลือกโลก มีสองลักษณะคือ การขยายและยุบตัว การขยายเกิดขึ้นเมื่อแผ่นทวีปสองแผ่นเคลื่อนที่ออกจากกัน เกิดแผ่นทวีปใหม่แทรกกลางขึ้นมาจากแม๊กม่าข้างล่าง การยุบตัวเกิดขึ้น เมื่อแผ่นทวีปแผ่นหนึ่งกดขอบของแผ่นทวีปอีกแผ่นหนึ่ง ให้จมลงและถูกทำลายโดยแม๊กม่าซึ่งอยู่ข้างล่าง เปลือกโลกแบ่งเป็น 8 แผ่นทวีป คือ แผ่นอเมริกาเหนือ, แผ่นอเมริกาใต้, แผ่นแอนตาร์คติก, แผ่นยูเรเชีย, แผ่นอัฟริกา, แผ่นอินเดีย, แผ่นนาสคา, แผ่นแปซิฟิก
 
บรรยากาศ บรรยากาศทีห่อหุ้มโลกเป็นส่วนผสมของก๊าซชนิดต่างๆ มีอยู่หลายชั้น ก๊าซออกซิเจนซึ่งสิ่งมีชีวิตใช้ในการหายใจมีประมาณ 20% ของบรรยากาศโลก บรรยากาศของโลกเราประกอบด้วยในโตรเจน 77%,
ออกซิเจน 21% และก๊าซเฉื่อย เช่น อาร์กอน
, คาร์บอนไดออกไซด์ และไอน้ำ ในยุคที่โลกกำเนิดขึ้นใหม่ ๆ อาจจะมีคาร์บอนไดออกไซด์จำนวนมาก แต่มันถูกดูดกลืนไปกับหินปูน  ( carbonate rocks) บางส่วนก็ละลายไปกับน้ำในมหาสมุทร และถูกบริโภคโดยพืช ปรากฏการณ์การเคลื่อนตัวของเปลือกโลกและกระบวนการทางชีววิทยา ก่อให้เกิดการหมุนเวียนของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ปัจจุบันมีคาร์บอนไดออกไซด์คงเหลือในบรรยากาศจำนวนเล็กน้อย แต่ก็ยังความสำคัญมาก เพราะมันเป็นตัวควบคุมอุณหภูมิของพื้นโลก โดยอาศัย สภาวะเรือนกระจก เพิ่มอุณหภูมิพื้นผิวให้สูงขึ้นโดยเฉลี่ย
35 องศาเซลเซียส; ถ้าไม่มีสภาวะเรือนกระจกจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์แล้ว น้ำในมหาสมุทรจะแข็งตัว จนชีวิตไม่สามารถดำรงอยู่ได้  

71 เปอร์เซนต์ของพื้นโลกถูกปกคลุมด้วยน้ำ โลกเป็นดาวเคราะห์เพียงดวงเดียวที่มีน้ำในสถานะของเหลว อยู่บนพื้นผิว (แม้ว่าอาจมีอีเทนหรือมีเทนเหลวบนพื้นผิวของ ไททัน หรือน้ำในสถานะของเหลวใต้พื้นผิวของ ยูโรปา) น้ำเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต น้ำในมหาสมุทรมีความสามารถในการเก็บความร้อน ช่วยรักษาอุณหภูมิของโลกให้คงที่ น้ำระเหยตัวขึ้นกลายเป็นเมฆ และกลั่นตัวกลับเป็นฝนตกลงมาสู่พื้นทวีป กระบวนการเช่นนี้มีแต่บนโลกของเราเท่านั้น ไม่มีบนดาวเคราะห์ดวงอื่น (แม้ว่ามันอาจเคยเกิดขึ้นบนดาวอังคารในอดีต)  


สนามแม่เหล็กของโลกไม่มีความรุนแรง มันกำเนิดจากกระแสไฟในแกนโลก เมื่อสนามแม่เหล็กของโลกปะทะกับ ลมสุริยะ บริเวณบรรยากาศชั้นบน ทำให้เกิดปรากฏการณ์แสงเหนือแสงใต้ หรือ ออโรร่า(ดังรายละเอียดใน
Interplanetary Medium) ลักษณะเช่นนี้เกิดขึ้นโดยมีปัจจัยที่ ขั้วแม่เหล็กโลก เคลื่อนที่สัมพัทธ์กับพื้นผิว ขั่วเหนือแม่เหล็กในปัจจุบันอยู่ทางตอนเหนือของประเทศแคนนาดา  

ปัจจุบันพลเมืองโลกกำลังเพิ่มขึ้น เราจำเป็นต้องใช้พื้นดินมากขึ้น ยานยนต์ทั้งหลาย และอุตสาหกรรมต่างๆ ได้ทำให้เกิดมลภาวะความเสียหายเหล่านี้เกิดทั้งในดินมหาสมุทรและบรรยากาศ นอกจากนี้ยังต้องหาอาหารจากโลก ต้องใช้น้ำ ไฟฟ้า ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญมากที่จะต้องดูแลโลกของเราให้ดี โดยการลดสิ่งที่ทำให้เกิดมลภาวะลดขยะ ช่วยกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและนำของที่ใช้แล้วมาใช้ซ้ำ เป็น
ต้น

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น